ท่านคิดว่าใน พธ.ทร.ของเรา เวลาทำงานหรือประชุม เราชอบที่จะเถียงเพื่อเอาชนะกันในทุกๆ เรื่องหรือไม่ครับ
คนเราเวลาคิดหรือเรียนรู้อะไรแล้ว ประสบการณ์หรือพื้นฐานเดิมจะเป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อความคิดหรือการแสดงออกของเราแทบทั้งสิ้น นั่นก็เพราะเราต่างก็มีสมมุติฐานที่ได้รับรู้มาจากประสบการณ์ส่วนต้วด้วยกันทุกคน
KM สอนให้รู้จักรับฟังผู้อื่น ไม่ใช่ฝืนฟังหรือทนฟัง แต่ฟังให้ได้ยิน แบบที่เขาเรียกว่า Deep Listening คืออย่าเพิ่งด่วนตัดสินความคิดหรือความรู้ของคนอื่นด้วยสมมุติฐานของเราว่า ถูกหรือผิด หรือไม่ดีเท่ากับของตัวเราเอง หรือคิดว่าไอ้ที่คุณพูดมาน่ะเป็นความรู้กระจอกๆ ที่ใครๆ เขาก็รู้แล้วทั้งนั้น แต่จริงๆ แล้ว KM สอนให้เราเปิดใจให้กว้างไว้ก่อน ลดอัตตาตัวตนลงบ้าง เพราะของทุกสิ่งมันมีหลายแง่มุม ก็ขนาดเหรียญยังมีสองด้านนี่ครับ ถ้าเราจะเชื่อตามที่เขาว่ามา ผมก็เห็นว่าการเปิดใจรับฟังคนอื่น ไม่น่าจะทำให้เราขาดทุนตรงไหน
KM นั้นต้องการความหลากหลาย (ไม่งั้นจะเรียกว่ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเรอะ !) ผู้ที่ฟังเป็น ถือว่าได้เปรียบ เพราะการฟังเป็นหรือฟังให้ได้ยิน ถือว่าเป็นศิลปะในการเรียนรู้ชั้นสูง พวกเราหลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวในทำนองที่ว่า "คนฉลาดย่อมเป็นผู้ฟังที่ดี" อะไรประมาณนี้กันมาบ้างนะครับ นี่ก็แสดงให้เห็นว่า พวกเราส่วนใหญ่ก็รู้ดีกันอยู่แล้ว แต่ทว่าในชีวิตจริงเรามักจะทำกันไม่ได้อย่างนั้น เพราะมันคันปาก คอยอยากจะโต้แย้งไปตามความคิดเห็น ทัศนะคติและอัตตาของเรา ผมเองก็เป็นบ่อย ซึ่งเราก็คงต้องค่อยๆ ฝึกฝนกันไป ผมคิดว่าสิ่งที่จะช่วยให้เราอยู่ในหลักการนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือ "การมีสติ" เราจะต้องคอยเตือนสติตนเองอยู่เสมอไม่ให้หลงไปว่า เก่งหรือวิเศษกว่าคนอื่น เพราะคนที่เก่งที่สุดน่ะ ไม่มีหรอกครับ
ลองชมวีดีโอเรื่องนี้ดูครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สคส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สคส แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553
บางส่วนจาก Human KM Workshop
อีกวิดีโอหนึ่งจาก อ.ประพนธ์ ผาสุขยืด ครับ ผมดูแล้ว ชอบวีดีโอนี้ เพราะให้ความคิดที่หลากหลายแง่มุมดี
ผมชอบที่อาจารย์เปรียบการใช้ KM ว่าเสมือนกับการ "ลับเลื่อย" คือถ้าคนเราจะเลื่อยไม้ มันก็ต้องมีหยุดลับเลื่อยกันบ้าง ขืนเลื่อยต่อไป เลื่อยมันก็ทู่ เลื่อยไม้ไม่เข้า แทนที่จะเร็วกลับช้ากว่าการที่เรายอมเสียเวลา "ลับเลื่อย" ให้มันคมขึ้น บางทีถ้าเรายอมเสียเวลาใช้ KM บ้างสักนิด ในระยะยาวมันจะส่งผลที่ดีกว่าการฝืนทำงานโดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความรู้ที่เหมาะสม ถูกต้องหรือทันสมัยนะครับ
ลองชมดูครับ มีประโยชน์สำหรับคนที่จะใช้ KM มาก
ผมชอบที่อาจารย์เปรียบการใช้ KM ว่าเสมือนกับการ "ลับเลื่อย" คือถ้าคนเราจะเลื่อยไม้ มันก็ต้องมีหยุดลับเลื่อยกันบ้าง ขืนเลื่อยต่อไป เลื่อยมันก็ทู่ เลื่อยไม้ไม่เข้า แทนที่จะเร็วกลับช้ากว่าการที่เรายอมเสียเวลา "ลับเลื่อย" ให้มันคมขึ้น บางทีถ้าเรายอมเสียเวลาใช้ KM บ้างสักนิด ในระยะยาวมันจะส่งผลที่ดีกว่าการฝืนทำงานโดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความรู้ที่เหมาะสม ถูกต้องหรือทันสมัยนะครับ
ลองชมดูครับ มีประโยชน์สำหรับคนที่จะใช้ KM มาก
COP Model เก้าอี้สามขา
ราชการเราหวังไว้มากว่า จะใช้ ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice : COP) เป็นเครื่อมือสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้ KM และพัฒนาบุคคลากรให้รูจักทำงานเป็นทีม และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้องค์กรของเราเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization : LO) แม้ว่าอาจจะฟังดูอุดมคติไปหน่อย แต่หากคนในองค์กรมีลักษณะอย่างที่ว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ก็น่าจะทำให้การเป็น LO ไม่ไกลเกินเอื้อม
อ.ประพนธ์ ผาสุขยืด แห่ง สคส. ได้เสนอแนวคิดของ COP Model "เก้าอี้สามขา" ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลปลาทูที่เรารู้จักกันดี ว่า หากเราสามารถสร้าง COP ให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างแท้จริง โดยเนียนอยู่ในเนื้องานแล้ว ทฤษฎี KM อะไรที่ว่าเข้าใจยาก เช่น The Fifth Discipline ของ Peter Senge ก็อาจไม่จำเป็นเลย อาศัยเพียงใจและวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมก็น่าจะเพียงพอแล้ว ซึ่งผมก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับอาจารย์นะครับ เหมือนกับว่าเมื่อผมได้อ่านแผนการจัดการความรู้ของบางหน่วยแล้ว มันเอียน มันงง ผมว่าการจะให้คนหมู่มากทำอะไรร่วมกับเรา น่าจะทำให้มันเข้าใจง่ายๆ แบบหลักการ "KISS - Keep It Simple and Stupid" ทำมันให้ง่ายและโง่เข้าไว้ (คนฉลาดๆ อย่างพวกเราจะได้เข้าใจง่ายๆ ไงครับ อิอิ)
KM ของแท้เป็นอย่างไร
พูดกันมากว่า KM คืออะไร KM แบบไหนเป็นของแท้หรือของเทียม ลองมาฟังวีดีโอการบรรยายของ อ.ประพนธ์ ผาสุขยืด ปรมาจารย์อีกท่านหนึ่งจาก สคส.ซึ่งท่านให้ทัศนะเรื่องนี้ไว้ดังนี้ครับ
จริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากให้แนวคิดไหนหรือใครมาผูกขาดทางความคิดนะครับ ชมแล้วลองใช้วิจารณญาณดูกันเอาเองว่า KM ของเรามีส่วนที่เป็นของแท้หรือเทียมอย่างไรบ้าง
จริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากให้แนวคิดไหนหรือใครมาผูกขาดทางความคิดนะครับ ชมแล้วลองใช้วิจารณญาณดูกันเอาเองว่า KM ของเรามีส่วนที่เป็นของแท้หรือเทียมอย่างไรบ้าง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
